• ต้นทุนวัตถุดิบ ประมาณ 50%
  • ต้นทุนบรรจุภัณฑ์ ประมาณ 30%
  • ต้นทุนแรงงาน ประมาณ 10%
  • ต้นทุนการผลิตอื่นๆ ประมาณ 10%

เนื่องจาก Surfactant (สารลดแรงตึงผิว) เป็นสารเคมีที่มีวัตถุดิบตั้งต้นที่ได้จากปาล์ม ซึ่งต้องผ่านกระบวนการผลิตหลายขั้นตอน จึงไม่มีราคาอ้างอิงโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากต้องการติดตามแนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคา สามารถพิจารณาราคาน้ำมันเมล็ดในปาล์ม (CPKO) เบื้องต้นจากเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องได้ ดังนี้

https://ycharts.com/indicators/malaysia_palm_kernel_oil_price

โดยภาพรวม กำไรขั้นต้นของแต่ละ Segment แตกต่างกัน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้สำหรับเด็กมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงที่สุด รองลงมาคือกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ส่วนบุคคล ตามด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ของใช้ครัวเรือน

พื้นที่ใช้สอยของโรงงานกลุ่ม Personal Care และ Household หลังใหม่ มีรายละเอียดดังนี้

  • Personal Care ประมาณ 48,000 ตารางเมตร
  • Household (ระยะที่ 1) ประมาณ 38,000 ตารางเมตร

หลังจากย้ายเครื่องจักรออกไปทั้งหมด โรงงาน Personal Care หลังเดิมอาจถูกปรับเป็น Warehouse ในรูปแบบ Manual ชั่วคราว

สินค้าของบริษัทที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมการค้าภายใน ได้แก่ แชมพู สบู่ น้ำยาซักผ้า และน้ำยาล้างจาน

แผนกลยุทธ์หลักของเราในการรักษาและขยายส่วนแบ่งการตลาดของ D-nee คือ การยกระดับแบรนด์ D-nee สู่ “แบรนด์สำหรับครอบครัว” ในช่วงที่ผ่านมา เราได้ขยายไลน์ผลิตภัณฑ์จากกลุ่มเด็กทารกไปสู่เด็กโต หรือด้วยซับแบรนด์ D-nee Kids

การออกซับแบรนด์ ภายใต้ชื่อ D-nee Deluxe เพื่อดูแลวัย Silver Age เป็นพิเศษ ทั้งน้ำยาซักผ้า ครีมอาบน้ำ ครีมบำรุงผิว และน้ำยาปรับผ้านุ่มที่มีนวัตกรรมลดกลิ่นตามวัยได้

ล่าสุด D-nee เพิ่ม Market Positioning ใหม่สู่วัย Young Adults และ First Jobbers ทำให้ปัจจุบันแบรนด์ D-nee ไม่ได้เป็น แบรนด์สำหรับเด็กเท่านั้นแต่ขยายเป็นแบรนด์สำหรับทุกคนในครอบครัว

ในทางบัญชี การทำโปรโมชั่นแบบ 1 แถม 1 และ 50% จะถูกสุทธิออกจากยอดขาย ส่งผลให้กระทบต่อรายได้และกำไรขั้นต้น

บริษัทใช้รูปแบบการขายแบบ FOB เป็นส่วนใหญ่

บริษัทมีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิจากงบการเงินเฉพาะกิจการ โดยการพิจารณาจ่ายเงินปันผลจะขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงาน กระแสเงินสด และแผนการลงทุนในอนาคต